Uta no onii-san : เรื่องหลังฉากของรายการเด็ก
posted on 17 Oct 2009 21:30 by exanime in Newsพอดีไปอ่านบทความน่่าสนใจเลยอยากเอามาแบ่งปันกันบ้าง ^ ^ เป็นรีวิวหนังซีรียส์ญี่ปุ่นของคุณต่อพงษ์แห่งเว็บผู้จัดกวน เอ๊ย ผู้จัดการออนไลน์นะครับ
มีหลายครั้งที่ผมสั่งหนังซีรีส์ญี่ปุ่นมาดูโดยอิงข้อมูลจากเว็บไซ ต์ dramawiki เป็นหลัก หลายครั้งข้อมูลและตัวเลขเรตติ้งจากเว็บไซต์นี้ก็เป็นเครื่องการันตีความ สนุกของหนังได้ส่วนหนึ่ง แต่หลายครั้งมันก็ไม่ต้องรสนิยมคนไทยเราเหมือนกัน
หลายเรื่องที่เป็นหนังเต็ง...คือเรตติ้งประมาณ 15 ขึ้นไป ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่าหนังมีเรตติ้งต่ำกว่า 10 นะครับ มีหลายเรื่องที่มีตัวเลขที่สวยหรูแต่ผมก็ยังดูไม่จบเสียที
มีผู้รู้แนะนำด้วยว่าลำพังตัวเลขเรตติ้งก็ใช้ได้แค่ระดับเดียว เพราะความนิยมในตัวสถานีนั้นก็มีส่วนไปถึงเรตติ้งด้วย ยกตัวอย่างเช่นสถานี NTV ก็ไม่ได้รับความนิยมระดับกว้างมากเท่า Fuji TV หรือ TBS เช่นเดียวกับเวลาของการฉายก็มีส่วนเพราะถ้าฉายดึกมันก็อาจจะมีปัญหาได้ตัว เลขเรตติ้งน้อยก็เป็นได้
พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเพิ่งดูหนังไม่เต็งเรื่องหนึ่งจบไป...ตัวเลขจาก ข้อมูลนั้นถือว่าน้อยอยู่แค่ 10.8 ตอนที่ฉายก็สั้นเพราะแค่ 8 ตอนเองนะครับ ที่แย่กว่านั้นก็คือ ทั้งโปสเตอร์โฆษณา ใบปิดทั้งหลายทั้งปวงมันดูแย่หมดเลย แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่พลิกล็อกครับ เพราะ เอาเข้าจริงมันสนุกมากกว่าที่คิดไว้เยอะ
ละคร หน้าหนังห่วยแต่สนุกกว่าที่คิดไว้หลายเท่าเรื่องนี้มีชื่อว่า Uta no onii-san ชื่อภาษาไทยที่ผมสั่งซื้อในเว็บขายหนังมีชื่อว่า “พี่ชายแห่งเสียงเพลง”
ละครเรื่องนี้ว่าด้วยความยากลำบากของคนที่ผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อเด็ก พระเอกของเรื่องที่ชื่อ เคนตะ (แสดงโดย โอโนะ ซาโตชิ แห่งวง Arashi) นั้นเป็นประเภทขี้แพ้ ทำอะไรต่อมิอะไรไม่เคยเอาจริงเลยแต่ก็มีดีตรงการร้องเพลงของเขา เรื่องมันซวยกว่านั้นเพราะจู่ๆ หมอนี่ก็โดนเพื่อนในวงทิ้งไปเฉยเลย ตามมาด้วยการที่แฟนของเขาก็ขอเลิก เคนตะกลายเป็นคนตกงาน ครอบครัวของหมอนี่ซึ่งเปิดโรงงานเชื่อมเหล็กอยู่ก็ตราหน้าว่าเขาเป็นพวกไร้ ประโยชน์
เคนตะพยายามหางานทำครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่มีที่ไหนตอบรับ แต่วันหนึ่งวันที่เขาเข้าไปสัมภาษณ์ผิดจ็อบ ปรากฏว่าหมอนี่ดันถูกเลือกเข้าไปทำงานเป็นตัวละครตัวหนึ่งในรายการโชว์ สำหรับเด็กที่ชื่อว่า Minna de Utao
เรื่องมันแย่ก็เพราะว่า เคนตะนั้นเกลียดเด็ก เขาเป็นคนขี้รำคาญ หงุดหงิดง่าย และชักสีหน้าเก่ง...พูดง่ายๆ เคนตะมันคือเด็กเกเรในคราบผู้ใหญ่ แต่ แกกลับเป็นที่ถูกอกถูกใจของเด็กๆ คนดูเป็นอย่างยิ่ง ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างงั้น หน้ามุ่ยๆ เวลาออกทีวีอาจจะถูกเด็กมองว่าเป็นฮีโร่ ท่าทางการเต้นที่ไม่พร้อมคนอื่นอาจจะทำให้เด็กเห็นว่ามันเหมือนกับตัวเขาเอง ก็เป็นได้ หรือไม่เด็กอาจจะมองว่า เขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในรายการเนื่องจากการแสดงท่าทีซึ่งไม่โตเป็น ผู้ใหญ่แบบนั้นก็ได้
ตอนแรกถามคนขายทาง modx dvd ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร น้องเขาบอกว่ามันคล้ายๆ กับ Nodame Cantabile แต่เอาเข้าจริงแล้วเรื่องราวของ เคนตะแตกต่างไปจนสิ้นเชิง ขณะที่โนดาเมะกับท่านจิอากิและผองเพื่อนนั้นมีความฝันร่วมกันและมีฝันนั้น อยู่ในใจแล้ว แต่จะทำอย่างไรที่จะดึงฝันนั้นให้เป็นจริง
ขณะที่เคนตะนั้น สถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญเขากลับไม่รู้สึกว่ามันคือฝันที่เขาต้องการ การได้เป็น ‘พี่ชายแห่งเสียงเพลง’ กลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่ดี มันเป็นเพียงแค่ทางรอดเดียวในชีวิตของเขาที่จะไม่ทำให้ใครๆ ดูถูกว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ เขาต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่ ทุกๆ ตอนเขาจะต้องต่อสู้กับความรู้สึกอับอายที่ต้องมาร้องและเต้นในชุดหลากสี เพื่อเด็กๆ ตลอดเวลาเคนตะคิดอยากจะกลับไปร้องเพลงกับเพื่อนๆ ที่หนีไปออกอัลบั้ม หลังเข้าฉากหมอนี่ต้องมาอัดบุหรี่ดับเครียด
สำหรับรายการนี้มันคือนรกที่เคนตะไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาเจอ
ผมถามตัวเองว่าผมหัวเราะได้หลายครั้งจากการดูเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะสาแก่ใจที่ได้เห็นชะตากรรมของเคนตะ ที่ต้องโดนเขกกบาล ต้องมาทำงานงกๆ หรือโดนถากถางจากครอบครัวตลอดเวลา ก็เพราะผมเห็นด้วยกับประเด็นและคนรอบๆ ตัวเคนตะนะครับ
ประเด็นที่พ่อของเขาพูดเสมอคือ คนอย่างเคนตะนั้นมันไม่โตเสียที โลกของเคนตะไม่เคยกว้างไปกว่าสิ่งที่เขาต้องเขา เขาไม่เคยโทษว่าตัวเองนั่นแหล่ะที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชีวิตพังทลาย เขาเอาแต่โทษโน่นโทษนี่ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เราจะพบว่าคนแบบนี้มีอยู่ในสังคมที่เราเจอกันตลอด คนเหล่านี้เป็นคนน่าสงสารควรจะเมตตา แต่มันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรารำคาญที่จะอยู่ใกล้ๆ มัน
มันก็คงไม่แปลกที่บรรดาคนที่ทำงานด้วยกับเขาจะต้องโขกสับหรือปฏิบัติตนราวกับเคนตะไม่มีค่าแบบนั้นเสมอๆ
สิ่งที่เราเห็นทุกๆ ตอนจึงเป็นเครื่องสะท้อนให้แก่ใครก็ตามที่เป็นพวกขี้แพ้ได้ดูแล้วนี้แล้วอาจ จะฉุกคิดถึงตัวเองและอาจจะนำมาใช้ปรับปรุงข้อด้อยเพื่อการก้าวกระโดดของ ชีวิตก็ได้ครับ
ประเด็นที่สองที่ผมชอบก็คือ ซีรีส์แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของคนที่ทำรายการเด็ก ซึ่งปัจจุบันดูจะหาได้น้อยลงๆ ทุกทีแล้ว ส่วนหนึ่งไม่ใช่ว่าไม่มีคนอยากจะทำ แต่เป็นเพราะตัวสถานีหรือสปอนเซอร์ไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนดูมากกว่า
มันเศร้านะครับถ้าเราคิดว่าเด็กเป็นอนาคตของสังคม แต่เราไม่มีรายการอะไรให้เด็กดูเลย รายการ Minna de Utao ก็เช่นกัน เรื่องน่าขำแต่ก็น่าเศร้าแทนก็คือ เรตติ้งของมันต่ำมากเมื่อพวกเขาตั้งใจทำเพื่อเด็ก แต่มันกลับพุ่งทะยานเมื่อสตาฟส่วนหนึ่งของรายการคิดว่า รายการนี้ควรจะทำให้ป้าๆ แม่ยกลิเกทั้งหลายดูแทน โดยสร้างตัวละครที่ชื่อฮิมูโร่เจ้าชายแห่งเสียงเพลงขึ้นมา (แสดงโดย โตซึงิ ชิเกยูกิ)
เจ้าชายแห่งเสียงเพลงนั้นยืนยันว่า รายการนี้จะต้องไม่มีเด็ก เขาจะปั้นเรตติ้งโดยอาศัยฐานคนดูที่เป็นแม่ยกเหล่านั้น แน่นอนว่ามันประสบความสำเร็จ คนดูมีมาก เจ้าชายแห่งเสียงเพลงมีชื่อมีแม่ยกมาคอยเชียร์ สถานีแฮ็ปปี้สุดๆ แต่ไม่มีเด็กคนไหนที่ดูรายการนี้แล้วสามารถที่จะสนุกไปกับมันได้
ฉากหนึ่งที่โคตรจะฮาเกิดขึ้นเมื่อ มานาเบะ เคียวโกะ โปรดิวเซอร์ของรายการ (แสดงโดย คิมูระ โยชิโน) พยายามที่จะลากเด็กให้เข้ามาร่วมร้องเพลงในรายการด้วย ทันทีที่กล้องเริ่มเดิน เด็กๆ ก็วิ่งกรูเข้ามาหน้ากล้อง วิ่งแซงและเบียดบังเจ้าชายแห่งเสียงเพลงไปจนหมดจนต้องทะเลาะกันทั้งเจ้าชาย และเด็ก
ย้อนกลับมาดูเมื่อไทย ผมอดจะนึกถึงสมัยก่อนที่มีสโมสรผึ้งน้อยกับน้านิดไม่ได้ เดี๋ยวนี้พอพูดถึงรายการเด็กก็ต้องเป็นอะนิเมชั่นที่ดูแล้วหน้าตาไม่ฝรั่งก็ ดูเหมือนญี่ปุ่น แต่ไอ้ที่ดูแล้วบริสุทธิ์เห็นเด็กมาทำอะไรน่ารักๆ ผมไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่หรือเปล่า
ถึงขนาดรัฐบาลพยายามล็อกเวลาให้ทีวีเสนอรายการเด็ก แต่ผมว่ามันก็ยังผิดเพี้ยน เพรา ละครหลายเรื่องที่อยู่ในช่วงเด็กดูนั้นยังมีอะไรที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง หรือปลูกฝังความแจ๋นแจ๋ให้กับเด็กได้อยู่เลย
ไม่เชื่อลองไปดูละครเย็นชอง 3 กับ ช่อง 7 ได้เลยครับแล้วจะรู้ว่าพวกเขาฉีดยาพิษผ่านเสื่อบันเทิงให้เด็กชนิดไม่ยั้งทีเดียว
น่าคิดไหมครับว่า อนาคตของเด็กจะเป็นอย่างไรหนอ?
อ่านแล้วรู้สึกอยากดูขึ้นมาตะหงิดๆ เลยไปหาซับengมาดู
เนื้อเรื่องก็เป็นตลกประชดสังคมแบบญี่ปุ่นซึ่งตีแผ่ความ"หัวรั้น"ของชายหนุ่มคนนึงออกมา คล้ายๆครูสิ้นหวัง ตรงที่เอาเรื่องไม่ค่อยจะโสภาหรือดูหงุดหงิดในสถานการณ์จริงมาทำให้ดูเป็นตลกแบบเสียดสี
มาแย่ตรงที่ว่าซีรียส์ดองไว้อย่าง Tokyo tower กับ Sky Of love ก็ยังไม่ได้ดูเลยนี่สิ อยากแบ่งร่า่งได้จริงๆ
ป.ล. ใครจำ beach boy ได้บ้าง อยากหามาดุแต่ไม่รู้จะทำไงอ่า ตอนฉายทางITVยังดุไม่จบเลย